โรคภูมิแพ้ผิวหนัง

9 ก.ย.

โรคภูมิแพ้ผิวหนัง
คนไข้ภูมิแพ้มีมากเหลือเกิน ความรู้พื้นฐานง่ายๆนี้อาจจะช่วยบางท่านได้

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
suthatddd@hotmail.com

จาก ประสบการณ์ที่ได้รักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เป็นเวลานาน สิ่งหนึ่งที่หมอได้เรียนรู้จากคนไข้ก็คือ คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าหมอจะสามารถช่วยให้โรคภูมิแพ้นั้นสามารถหายขาดได้ และจะมีความรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากถ้าหมอบอกกับพวกเขาว่า โรคของคุณอาจจะเรื้อรังเป็นๆ หายๆ หมอรู้แต่ว่าคุณเป็นโรค ภูมิแพ้ แต่แพ้อะไร ก็ไม่รู้อาจจะเป็น อาหารทะเล ของหมัก ดอง ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ฯลฯ ถ้าเป็นเด็กเล็ก ก็อาจจะคิดถึง ไข่ นมวัว ข้าวสาลี อาหารทะเล
คุณต้องหมั่นสังเกตดูเอาเองว่าอะไรเป็นสาเหตุ แล้วหาทางหลีกเลี่ยง โรคภูมิแพ้ที่เป็นก็จะหายไปได้โดยไม่กลับมาเป็นอีก แค่คิดก็รู้แล้วแหละครับ ว่ามันแทบ จะไม่มีทางเป็นไปได้ หลายคนเช้าชี้เอา มากๆ จนหมอบางท่าน คุมอารมณ์ไม่อยู่ เลยพาลบอกคนไข้ว่าอยากหายขาด ให้ไปเกิดใหม่ เรียกว่าไล่ให้ไปรักษากับคนอื่นกันไปเลย
ความจริง ถ้าเราติดตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ทางด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะพบว่า ปัจจุบันหมอเรามีความรู้ เครื่องมือเครื่องไม้ที่ช่วยในการตรวจอย่างละเอียดรวมทั้งยาใหม่ๆ วิธีการรักษาใหม่ๆ ที่สามารถจะช่วยเหลือคน ไข้โรคภูมิแพ้ได้ดีขึ้นกว่าในอดีต ทำให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ จำนวนมากในปัจจุบัน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรียกว่าถ้าใครเป็นโรคภูมิแพ้แล้วหมั่นมารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และตัวกระตุ้นเช่น ความร้อน ความเย็น ความเครียด
อีกอย่างหนึ่งก็คือ การอาบน้ำไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ไม่ใช้น้ำที่ร้อนหรือเย็นเกินไป หลังอาบน้ำควรซับตัวให้หมาดๆแล้ว ทาสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง บางท่านบอกว่าให้ทาภายใน 3 นาที ยกเว้นตรงที่มีผื่นแพ้ผิวหนังอยู่ให้ทายารักษาก่อนแล้วค่อยทาสารเพิ่มความ ชุ่มชื้นทีหลัง หลีกเลี่ยงสบู่หรือครีมหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง รวมทั้งการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด คำว่าหายขาดอย่างที่หลายคนตั้งความหวังไว้ ก็คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินฝัน
การที่จะ มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังได้นั้น คงจะต้องมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ว่ามันเป็นอย่างไร คนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้น พอที่จะแบ่งออกได้เป็น สองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่เป็นกรรมพันธุ์ และกลุ่มที่โรคภูมิแพ้นั้นเกิดมาจากสิ่งแวดล้อม
กลุ่มที่เป็นกรรมพันธุ์นั้นอาจจะเริ่มมีอาการตั้งแต่แรกเกิด เริ่มเป็นในวัยเด็ก หรืออาจจะเพิ่งมาเริ่มปรากฏอาการเอาตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้ อาการของโรคภูมิแพ้อาจปรากฏขึ้น กับอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือ เป็นพร้อมๆกันทั่วทุกส่วนของร่างกายเลยก็เป็นได้ ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือโรคหอบหืด โรคแพ้อากาศ และโรคภูมิแพ้ผิวหนัง การเกิดโรคที่อวัยวะ ต่างๆของร่างกายแยกออกจากกันดูเผินๆ เหมือนกับว่าไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน แต่จากการศึกษาติดตามอาการของผู้ป่วยกลุ่มนี้ พบว่าการเกิดความ เจ็บป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ที่ใดที่หนึ่งของร่างกายนั้น ถ้าดูแลรักษาไม่ได้ผลดีอย่างเช่น
ผู้ป่วยภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กเล็ก ถ้าปล่อยให้อาการของโรคผิวหนังกำเริบอย่างต่อเนื่อง เด็กมีอาการคัน เกา ตลอดเวลา แทนที่อาการภูมิแพ้จะค่อยๆดีขึ้น แล้วหายไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น เรากลับพบว่าเด็กกลุ่มนี้พัฒนาไปเป็นโรคหอบหืดที่รุนแรง ต้องทนทุกข์ทรมาน หลายคนต้องเสียชีวิตไปในวัยอันไม่สมควร
ฉะนั้นเมื่อเกิดโรค ภูมิแพ้ในบุตรหลานของท่าน อย่า ได้นิ่งนอนใจ ควร พาบุตรหลานมารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง
คนไข้โรคภูมิแพ้อีกกลุ่มหนึ่งได้แก่พวกที่มีอาการภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ได้แก่ อากาศ ควัน ฝุ่นละออง ละอองเกสร แสงแดด ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำ วัน ตัวแมลง ไรฝุ่น ฯลฯ เหล่านี้นอกจากจะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้แก่ผู้ที่ได้มาสัมผัสแล้ว หลายครั้งยังมีส่วนสำคัญให้ผู้ที่ เป็นภูมิแพ้ จากกรรมพันธุ์เกิดมีอาการกำเริบขึ้นอีกด้วย
เรามาลองทำ ความรู้จักกับโรคภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กกันก่อน พวกเราส่วนมากก็มีบุตรหลานกันคนละหลายๆคน หลายท่านในที่นี้ก็คง ได้มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลานที่มีอาการโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่มี อาการคันอยู่ตลอดเวลา คันแล้วก็เกา เกาจนเลือดออก เกาจนเป็นแผล
แรกๆตอนที่เกิดมาได้ไม่ถึงขวบปีก็จะมีอาการสำคัญนำมาก่อน คือมีผื่นคันตกสะเก็ดขึ้นมาเต็มใบหน้า พาไปหาหมอก็ให้ยามาทา อาการก็ดีขึ้น พอโตขึ้น เริ่มคันกระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะตามข้อพับแขน ข้อ พับขา ต่อมาก็ ลุกลามไปทั้งตัว บาง คนก็มีอาการคันตาร่วมด้วย คัน ที่คอ คันทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะกลางคืนคันจนไม่ได้หลับนอน ร้องกวนตลอดคืน กลายเป็นเด็กขี้โมโห ดื้อ บางครั้งเกาจนเกิดเป็นแผลอักเสบ เกิดตุ่มหนองตามตัวที่เรียกกันว่า น้ำเหลืองไม่ดี ต้องกินยาปฏิชีวนะ ฟอกผิวฆ่าเชื้อกันอยู่บ่อยๆ เด็กทั่วโลกเป็นโรคนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในเมือง ใหญ่ ฝรั่งเขาเรียกโรคนี้กันว่าโรคภูมิแพ้อะโทรปิก (atopic dermatitis)
ใครมีลูกหลาน เป็นโรคนี้ก็อย่าได้นิ่งนอนใจไป ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เรื่องของอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เมื่อเด็กรับประทานเข้าไปแล้วอาจทำให้อาการกำเริบ ได้แก่อาหารทะเล ไข่ นมวัว ถั่วลิสงหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วหลายชนิด สิ่งแวดล้อม ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก
สำหรับการดูแลลูกหลานของท่าน โดย เฉพาะสิ่งแวดล้อมในบ้านไม่ว่าจะเป็นการดูแลความสะอาด การกำจัดฝุ่นละออง พื้นบ้านที่เป็นพรมอาจจะเป็นที่สะสมของไรฝุ่น แมลงสาป ที่อาจเป็นตัว กระตุ้นให้อาการภูมิแพ้ในบ้าน ควันบุหรี่ก็อาจเป็น สาเหตุหนึ่ง จากการ ศึกษาพบว่าถ้าพ่อหรือแม่สูบบุหรี่ในบ้าน ลูกๆจะเกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจได้บ่อยกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีผลให้เด็กเกิดอาการ ภูมิแพ้กำเริบขึ้นอีกด้วย
สำหรับสิ่ง แวดล้อมนอกบ้านนั้นคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะละอองเกสรดอกไม้ตามฤดูกาล บางคนถึงกับต้องย้ายถิ่นที่อยู่หนีกันเลยทีเดียว มีบางคนได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ คิดว่าโชคดี แต่ไปได้ไม่ถึงเดือน ต้องเดินทางกลับเพราะแพ้ละอองเกสรจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้ง
นอกจากการหลีก เลี่ยงสิ่งที่แพ้แล้ว ยังมีการหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่นผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าที่เหมาะแก่การใช้คือผ้าฝ้าย
การรักษาก็นับ ว่ามีความสำคัญ ยาที่ใช้รักษาโรคภูมิ แพ้ผิวหนัง ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานในปัจจุบันก็คือยาทาสเตียรอยด์ แค่เอ่ยชื่อหลายคนก็กลัวกันแล้ว เพราะหมอทั่วโลกต่างก็พยายามให้ข้อมูลถึงผลเสียของยาสเตียรอยด์กันอย่างต่อ เนื่อง อย่างไรก็ดียาทาสเตียรอยด์ก็ยังนับว่า เป็นยารักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน หลักการที่หมอใช้ก็คือใช้ยาทาที่ อ่อนที่สุดเท่าที่สามารถ จะควบคุมโรคได้ อย่างไรก็ดีก็ต้องไม่ ปล่อยให้โรคกำเริบจนมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่นคัน จนนอนไม่หลับทั้งคืน เด็ก ที่เป็นเกิดอาการกำเริบจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เกิดผลต่อจิตใจทำให้เด็กก้าวร้าว นอกจากนี้เราพบว่า เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่มีอาการกำเริบรุนแรง เมื่อพวกเขาโตขึ้นจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคหอบหืดได้มากกว่าเด็กที่มีความรุนแรง ของโรคน้อยกว่า และมีโอกาสเป็นโรคหืดมากขึ้นถ้ามีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว
ปัจจุบันมียาชนิดใหม่ที่ไม่ใช่ยาทาสเตียรอยด์ ได้แก่ยาโปรโทปิก Protopic และยาอิริเดล Elidel แต่ก็ยังคงมีราคาสูง และ ประสิทธิภาพในการรักษาเทียบเท่ากับยาทาสเตียรอยด์ชนิดอ่อนหรือปานกลางเท่า นั้น ผลข้างเคียงที่เจอบ่อยคืออาจมีอากาแสบ ร้อนหรือแดง ส่วนมากเป็นในช่วงสัปดาห์แรกที่ทายา ห้ามใช้ในคนท้องและถ้าจะพาเด็กไปฉีดวัคซีน ควรหยุดยาก่อนสัก 1 เดือน แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง
อย่างไรก็ดียานี้นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังโดย ที่ไม่ต้องใช้ยาทาสเตียรอยด์
โรคภูมิแพ้ ผิวหนังที่พวกเราคงรู้จักกันดีทุกคนเห็นจะเป็นโรคลมพิษ เกิดมาในชีวิตหนึ่งนี่แทบจะมีโอกาสเป็นกันเกือบทุกคน ส่วนมากที่เป็นมักจะเกิดจากการที่เราไปเจอของที่แพ้มา อาจจะเป็นอาหารทะเล อาหารที่ไม่เคยได้รับ ประทานมาก่อน ฝุ่น ละออง สารเคมีในที่ ทำงาน ฯลฯ ทำให้ เกิดเป็นผื่นนูน บวม คัน ส่วนมากจะเป็นทั้งตัว ไม่นานก็หายไป
แต่กลุ่มที่มาหาหมอ บ่อยๆ คือพวกที่ เป็นเรื้อรัง เรียก ว่าเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เป็นแล้วก็หาย หายแล้วก็เป็นอีก วนเวียนกันไม่มีที่สิ้น สุด หมอก็ต้องทำตัวเป็นนักสืบ ซึ่งก็ต้องได้รับความร่วมมือกับคนไข้ในการช่วยกันสืบหาว่า อะไรเป็นสาเหตุ บางคนก็อยากจะมาให้
หมอช่วยส่งตรวจเลือด ตรวจ ปัสสาวะ อุจจาระ เอ็กซเรย์ ซึ่งจากที่หมอทั่วโลก พยายามรวบรวมข้อมูลพบว่า การส่งตรวจทั้งหลายมักจะไม่ได้ประโยชน์ ผลออกมาไม่พบอะไรผิดปรกติ ทำให้เสียเงินเสียทอง เสียเวลาอย่างไม่คุ้มค่า บาง คนตรวจละเอียดไปกว่านั้นอีก โดยเอาสารเคมีทั้งหลายที่พบว่าผู้คนเกิดอาการแพ้กันได้บ่อยๆ มา แปะบนผิวหนัง ยอม ไม่ต้องอาบน้ำกันเป็นอาทิตย์ คือแปะวันจันทร์แล้วอ่านผลกันวันพุธและวันศุกร์ ยอมทนคันกับพลาสเตอร์ที่ปิดเอาไว้กลางหลัง ผลที่ได้ก็ไม่แน่นอน อ่านว่าแพ้ลองกินลอง สัมผัสดู ก็ไม่เห็น จะเกิดอะไรขึ้นก็มีมาก ไอ้ ที่อ่านผลว่าไม่แพ้ ใน ชีวิตจริงแพ้แหลกเลยก็มี แล้วบางรายที่แพ้เอามากๆผิวหนังตรงส่วนที่เอาสารเคมีมาแปะเกิดอาการแพ้อย่าง รุนแรง ต้องทนทุกข์ทรมานกว่าจะหายเป็นเดือนๆก็มี
พวกหมอที่ รักษาโรคภูมิแพ้ทั้งหลายเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายท่านก็คิดคู้นวิธีที่จะช่วยให้ ผู้ป่วยหายจากโรคให้ได้ เขาเรียกวิธีนี้ว่า หนามยอกให้เอาหนามบ่ง ด้วยการเอาสารที่พบว่า ทำให้ผู้คนแพ้กันบ่อยๆมาสกัด แล้วฉีดเข้าไปใต้ผิว หนัง หรือไม่ก็หา ของมีคมมาข่วนผิวหนังให้เป็นรอยถลอกแล้วเอาสารนั้นแต้มเข้าไปบริเวณนั้น ถ้าแพ้ก็จะเกิดเป็นผื่น แดง หรือเป็นตุ่มน้ำขึ้นมา พอรู้ว่าแพ้สารอะไรก็เอาสารนั้นมาเจือจางแล้วฉีดเข้าไปในร่างกาย รักษาคนไข้หายขาดไปเป็น จำนวนมาก แต่ในทาง ปฏิบัติต้องฉีดสารที่ว่านี้เกือบทุกวัน โดยที่พอหมดขวดเดิมหมอเขาก็จะเอาสารที่แพ้มาทำให้ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ ถ้าคนไข้ฉีดเองหรือกลับ ไปให้หมอที่รักษาฉีดยาให้ทุกวันก็คงไม่มีปัญหา คราว นี้บางคนบ้านอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ฉีดเองก็ไม่กล้าฉีด จะไปไหว้วานคลินิกหมอใกล้บ้านให้เขา ฉีดให้ หมอบางท่าน เขาก็ไม่ค่อยจะสบายใจ เพราะ การฉีดสารที่ว่านี้ใช่ว่าจะปลอดภัยไปเสียทุกครั้ง ฉีดผิดขนาดเข้าไปนิดๆ หน่อยๆคนไข้ทำท่าจะเป็นลมวูบวาบอยู่ในคลินิก ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าสุดท้ายวิธีนี้ จะปรับปรุงให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จนได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่อย่างไร
สุดท้ายคงเป็นเรื่องของความเชื่อ เขาสรุปมาดังนี้ครับ ยังไม่พบการศึกษาที่ยืนยันว่า วิตามิน น้ำมันปลา borage oil Evening primrose oil อาหารเสริมต่างๆ มีประสิทธิภาพต่อการรักษาโรคผื่นแพ้ผิวหนัง

About these ads

2 Responses ถึง “โรคภูมิแพ้ผิวหนัง”

  1. suthatskindoc กันยายน 18, 2011 ที่ 9:03 am #

    บริเวณหน้า คอ ชอบมีตุ่มขึ้น คล้ายยุงกัด มีอาการคัน ถ้าเกาตุ่มก้อใหญ่ขึ้น บางครั้งขึ้นทั่วหน้าเลยค่ะ บางครั้งก้อครั้งตามตัวบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นที่หน้าค่ะ ซักพักก้อจะหาย เด๋วนี้เป็นแบบนี้แทบทุกวันเลยะค่ะ ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร และมีวิธีรักษายังไงคะ
    รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    • suthatskindoc กันยายน 18, 2011 ที่ 9:08 am #

      ภาพชัดดี ฟันธง เป็นลมพิษครับ

      คงต้องทานยารักษาอาการเบื้องต้นให้ผื่นยุบก่อน แล้วทานยาสะกดอาการไปอีกระยะหนึ่ง นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าโรคที่เราเป็นตอบสนองต่อยาที่รักษาแค่ไหน ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้แพ้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: